วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

ความรู้เรื่อง การเซิดเอนจิ๊น (การค้นหา)

Search Engine คืออะไร ?
Search Engine คือ เครื่องมือการค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ที่ทุกคนสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตก็ได้ โดย กรอก ข้อมูลที่ต้องการค้นหา หรือ Keyword (คีเวิร์ด) เข้าไปที่ช่อง Search Box แล้วกด Enter แค่นี้ข้อมูลที่เราค้นหาก็จะถูกแสดงออกมาอย่างมากมายก่ายกอง เพื่อให้เราเลือกข้อมูลที่เราโดนใจที่สุดเอามาใช้ งาน โดยลักษณะการแสดงผลของ Search Engine นั้นจะทำการแสดงผลแบบ เรียงอันดับSearch Results ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเรา

Search Engine มีกี่ประเภท?
Search Engine มี3ประเภท (ในวันที่ทำการศึกษาข้อมูลนี้และได้ทำการรวบรวมข้อมูล ผมสรุปได้?3 ประเภทหลัก) โดยมีหลักการทำงานที่ต่างกัน และ การจัดอันดับการค้นหาข้อมูลก็ต่างกันด้วยครับ เพราะมีลักษณะการทำงานที่ต่างกันนี่เองทำให้ โดยทั่ว ๆ ไปแล้วจะมีการแบ่งออกเป็นหลาย ๆ ประเภทด้วยกัน แต่ที่พอสรุปได้ก็มีเพียง?3 ประเภทหลัก ๆ ดังที่จะนำเสนอต่อไปนี้ครับ

ประเภทที่ 1 Crawler Based Search Engines
Crawler Based Search Engines คือ เครื่องมือการค้นหาบนอินเตอร์เน็ตแบบอาศัยการบันทึกข้อมูล และ จัดเก็บข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นจำพวก Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากให้ผลการค้นหาแม่นยำที่สุด และการประมวลผลการค้นหาสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีบทบาทในการค้นหาข้อมูลมากที่สุดในปัจจุบัน
โดยมีองประกอบหลักเพียง 2 ส่วนด้วยกันคือ
1. ฐานข้อมูล โดยส่วนใหญ่แล้ว Crawler Based Search Engine เหล่านี้จะมีฐานข้อมูลเป็นของตัวเอง ที่มีระบบการประมวลผล และ การจัดอันดับที่เฉพาะ เป็นเอกลักษณ์ของตนเองอย่างมาก
2. ซอฟแวร์ คือเครื่องมือหลักสำคัญที่สุดอีกส่วนหนึ่งสำหรับ 
Search Engine ประเภทนี้ เนื่องจากต้องอาศัยโปรแกรมเล็ก ๆ (ชนิดที่เรียกว่า จิ๋วแต่แจ๋ว) ทำหน้าที่ในการตรวจหา และ ทำการจัดเก็บข้อมูล หน้าเพ็จ หรือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ในรูปแบบของการทำสำเนาข้อมูล เหมือนกับต้นฉบับทุกอย่าง ซึ่งเราจะรู้จักกันในนาม Spiderหรือ Web Crawler หรือ Search Engine Robots

ตัวอย่างหนึ่งของ Crawler Based Search Engine ชื่อดัง http://www.google.com


Crawler Based Search Engine ได้แก่อะไรบ้าง
จะยกตัวอย่างคร่าว ๆ ให้ได้เห็นกันเอาแบบที่เรา ๆ ท่าน ๆ รู้จักหนะครับก็ได้แก่? Google , Yahoo, MSN,Live, Search, Technorati (สำหรับ blog)?ครับ ส่วนลักษณะการทำงาน และ การเก็บข้อมูงของ Web Crawler หรือ Robot หรือ Spider นั้นแต่ละแห่งจะมีวิธีการเก็บข้อมูล และ การจัดอันดับข้อมูลที่ต่างกันนะครับ เช่น คุณทำการค้นหาคำว่า Search Engine คืออะไร” ผ่านทั้ง 5 แห่งที่ผมให้ไว้จะได้ผลการค้นหาที่ต่างกันครับ

ประเภทที่ 2 Web Directory หรือ Blog Directory
Web Directory หรือ Blog Directory คือ สารบัญเว็บไซต์ที่ให้คุณสามารถค้นหาข่าวสารข้อมูล ด้วยหมวดหมู่ข่าวสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน ในปริมาณมาก ๆ คล้าย ๆ กับสมุดหน้าเหลืองครับ ซึ่งจะมีการสร้าง ดรรชนี มีการระบุหมวดหมู่ อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ตามหมวดหมู่นั้น ๆ ได้รับการเปรียบเทียบอ้างอิง เพื่อหาข้อเท็จจริงได้ ในขณะที่เราค้นหาข้อมูล เพราะว่าจะมีเว็บไซต์มากมาย หรือ Blogมากมายที่มีเนื้อหาคล้าย ๆ กันในหมวดหมู่เดียวกัน ให้เราเลือกที่จะหาข้อมูลได้ อย่างตรงประเด็นที่สุด (ลดระยะเวลาได้มากในการค้นหา) ซึ่งผมจะขอยกตัวอย่างดังนี้



ODP Web Directory ชื่อดังของโลก ที่มี Search Engine มากมายใช้เป็นฐานข้อมูลDirectory
1. ODP หรือ Dmoz ที่หลาย?ๆ คนรู้จัก ซึ่งเป็น Web Directory ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Search Engine หลาย ๆ แห่งก็ใช้ข้อมูลจากที่แห่งนี้เกือบทั้งสิ้น เช่น Google, AOL, Yahoo, Netscape และอื่น ๆ อีกมากมาย ODP มีการบันทึกข้อมูลประมาณ 80 ภาษาทั่วโลก รวมถึงภาษาไทยเราด้วยครับ (URL : http://www.dmoz.org )
2. สารบัญเว็บไทย SANOOK ก็เป็น Web Directory ที่มีชื่อเสียงอีกเช่นกัน และเป็นที่รู้จักมากที่สุดในเมืองไทย (URL : http://webindex.sanook.com )
3. 
Blog Directory อย่าง BlogFlux Directory ที่มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับบล็อกมากมายตามหมวดหมู่ต่าง ๆ หรือBlog Directory อื่น ๆ ที่สามารถหาได้จาก Make Many แห่งนี้ครับ

ประเภทที่ 3 Meta Search Engine
Meta Search Engine คือ Search Engine ที่ใช้หลักการในการค้นหาโดยอาศัย Meta Tag ในภาษา HTML ซึ่งมีการประกาศชุดคำสั่งต่าง ๆ เป็นรูปแบบของ Tex Editor ด้วยภาษา HTML นั่นเองเช่น ชื่อผู้พัฒนา คำค้นหา เจ้าของเว็บ หรือ บล็อก คำอธิบายเว็บหรือบล็อกอย่างย่อ
ผลการค้นหาของ 
Meta Search Engine นี้มักไม่แม่นยำอย่างที่คิด เนื่องจากบางครั้งผู้ให้บริการหรือ ผู้ออกแบบเว็บสามารถใส่อะไรเข้าไปก็ได้มากมายเพื่อให้เกิดการค้นหาและพบเว็บ หรือ บล็อกของตนเอง และ อีกประการหนึ่งก็คือ มีการอาศัย Search Engine Index Server หลาย?ๆ แห่งมาประมวลผลรวมกัน จึงทำให้ผลการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ไม่เที่ยงตรงเท่าที่ควร.
มาถึงตอนนี้หลาย ๆ ท่านที่เคยสงสัยว่า Search Engine คืออะไร” คงได้หายสงสัยกันไปบ้างแล้วและเริ่มเข้าใจหลักการทำงานของ Search Engine กันมากขึ้น เพื่อจะได้เลือกใช้อย่างถูกต้องและตรงกับความต้องการของเราในการค้นหาข่าวสารข้อมูล สำหรับบทความ “Search Engine คืออะไร” นี้หากขาดตกบกพร่องประการใด หรือ ไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนท่านสามารถติชม หรือ ให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ผ่าน Comments ของบทความชุดนี้เพื่อจะได้ทำการปรับปรุงและแก้ไขให้ได้ข้อมูลที่ดีที่สุดและ เป็นประโยชน์สำหรับ ผู้ที่ทำการค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้งาน


ประโยชน์การสืบค้น

การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตนั้น มีประโยชน์อยู่หลายด้านด้วยกัน เช่น
         1. ประหยัดเวลา อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า มีทุกอย่างอยู่ในอินเทอร์เน็ต ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมีวิธีการค้นหาและนำมาใช้ได้อย่างไร โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเสาะหาข้อมูลจากแหล่งความรู้จริง เช่นห้องสมุดหนังสือ วารสาร หรือจากบุคคลผู้รู้อื่น ๆ 
         2. ได้ข้อมูลครบถ้วน  เนื่องจากการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตนั้น เราสามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างหลากวิธีแบบ เช่น ข้อมูลข้อความ ข้อมูลรูปภาพ ข้อมูลมัลติมีเดีย หรืออื่น ๆในเนื้อหาหนึ่ง ๆ ก็สามารถนำข้อมูลที่หลากหลายรูปแบบมาอ้างอิงได้อย่างหลากหลาย
         3. มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ชุมชนในการเรียนรู้บนอินเทอร์เน็ตนั้น เป็นชุมชนที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน ในลักษณะให้ฟรี หรือมีค่าใช้จ่ายบ้าง ถ้าหากเรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ย่อมทำให้การค้นหาข้อมูลที่สำคัญมีความหลากหลายมากขึ้น แหล่งที่สามารถสืบค้นข้อมูลได้ ได้แก่ เว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลต่าง ๆ หรือ เว็บไซต์ที่มีเว็บบอร์ดเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน เป็นต้น
ประโยชน์ที่ได้รับจาก Search Engine
1. ค้นหาเว็บที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว
2. สามารถค้นหาแบบเจาะลึกได้ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพข่าว, MP3 และอื่นๆ อีกมากมาย
3. สามารถค้นหาจากเว็บไซต์เฉพาะทาง ที่มีการจัดทำไว้ เช่น 
Download.com เว็บไซต์เกี่ยวกับข้อมูล และซอร์ฟแวร์ เป็นต้น 
4. มีความหลากหลายในการค้นหาข้อมูล
5. รองรับการค้นหา ภาษาไทย

ในโลกยุคอินเทอร์เน็ทในปัจจุบันนี้มีข้อมูลมากมายมหาศาล การที่จะค้นหาข้อมูลจำนวนมากมาย อย่างนี้เราไม่อาจจะคลิก เพื่อค้นหาข้อมูลพบได้ง่ายๆ จำเป็นจะต้องอาศัยการค้นหาข้อมูลด้วยเครื่องมือ ค้นหา ที่เรียกว่าSearch Engine เข้ามาช่วยเพื่อ ความสะดวกและรวดเร็ว เว็บไซต์ที่ให้บริการค้นหาข้อมูลมีมากมายหลายที่ทั้งของคนไทยและต่างประเทศ
ความหมายประเภท ของ Search Engine การค้นหาข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าเราเปิดไปทีละหน้าจออาจจะต้องเสีย เวลาในการค้นหา และอาจหาข้อมูลที่เราต้องการไม่พบ การที่เราจะค้นหาข้อมูลให้พบอย่างรวดเร็วจะต้องใช้เว็บไซต์สำหรับการ ค้นหาข้อมูลที่เรียกว่าSearch Engine Site ซึ่งจะทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ต่างๆ เอาไว้ โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ ผู้ใช้ งานเพียงแต่ทราบหัวข้อที่ต้องการค้นหาแล้วป้อน คำหรือข้อความของหัวข้อนั้นๆ ลงไปในช่องที่ กำหนด Search Engine แต่ละ แห่งมีวิธีการและการจัดเก็บฐานข้อมูลที่แตกต่างกันไปตามประเภท ของ Search Engine ที่แต่ละเว็บไซต์นำมาใช้เก็บรวบรวม ข้อมูลดังนั้น การที่จะเข้าไปหาข้อมูลหรือเว็บไซต์ โดยวิธีการ Search นั้น อย่างน้อยจะต้องทราบว่า เว็บไซต์ที่เข้าไปใช้บริการ ใช้ วิธีการหรือ ประเภทของ Search Engine อะไร เนื่องจากแต่ละประเภทมีความละเอียดในการจัดเก็บข้อมูลต่างกันไป การเลือกใช้เครื่องมือในการค้นหาจะต้องเข้าใจว่า ข้อมูลที่ต้องการค้นหานั้นมีลักษณะอย่างไร มีขอบข่ายกว้างขวาง หรือแคบขนาดไหน แล้ว จึงเลือกใช้เว็บไซต์ค้นหาที่ให้บริการตรงกับความต้องการของเรา

ประโยชน์ของ Search Engine (เพิ่มเติม)
  
เครื่องมือที่ช่วยในการค้นหา (Search Engine) มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วไป เนื่องจากข้อมูลข่าวสารบนโลกอินเตอร์เน็ตมีมากมายมหาศาล และเมื่อผู้ใช้ต้องการข้อมูลสารสนเทศใดๆ จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ช่วยในการค้นหา เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลสารสนเทศที่ผู้ใช้งานต้องการ หรือสรุปได้ดังนี้
  • ค้นหาเว็บที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว
  • สามารถค้นหาแบบเจาะลึกได้ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพข่าว, MP3 และอื่นๆ อีกมากมาย
  • สามารถค้นหาจากเว็บไซต์เฉพาะทาง ที่มีการจัดทำไว้ เช่น download.com เว็บไซต์เกี่ยวกับ
    ข้อมูลและซอร์ฟแวร์ เป็นต้น
  • มีความหลากหลายในการค้นหาข้อมูล
  • รองรับการค้นหา ภาษาไทย
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาในรูปแบบของ Search Bar ที่ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเข้าผ่านเว็บไซต์ Search Engine เหล่านั้นโดยตรงแล้ว ตัวอย่าง Search Bar ที่ขอแนะนำ เช่น Google Search Bar, Yahoo Search Barเป็นต้น




"เซิร์ชเอนจิ้น" การตลาดแนวใหม่ บนเน็ต





ทุก วันนี้การทำธุรกิจอะไรก็ตาม หากต้องการความสำเร็จ ก็ต้องทำให้บริษัทเหล่านี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งการตลาดถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้ธุรกิจเหล่านี้ประสบ ความสำเร็จ

การตลาดในปัจจุบันนั้น มีหลากหลายรูปแบบ ที่เห็นกันมากคือ รูปแบบของการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือจัดแคมเปญ ออกโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค

การเสนอสินค้าใน รูปแบบของการตลาดทั่วไป ในขณะที่ไม่ทราบว่าผู้บริโภคนั้นมีความต้องการในตัวสินค้าเหล่านั้นหรือไม่ เปรียบเสมือนการเหวี่ยงแห ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่ปัจุบันมีการตลาดรูปแบบใหม่ที่นำเสนอสินค้า ในขณะที่ผู้บริโภคก็ต้องการสินค้าในช่วงเวลานั้นพอดี และช่องทางที่ผู้บริโภคแสดงให้เห็นถึงความต้องการ ก็คือการค้นหาผ่านเซิร์ชเอนจิ้น บนอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

เซิร์ชเอน จิ้น ที่นิยมมากทั่วโลก มีอยู่ 2 รายใหญ่ คือ ยาฮู กับ กูเกิล แต่สำหรับในประเทศไทย คนส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้ กูเกิล เนื่องจากมีภาษาไทยรองรับ

หากใครที่ต้องการค้นหาข้อมูล สินค้า และบริการ เพียงแค่พิมพ์คำที่เราต้องการค้นหาลงไป หรือที่เรียกว่า "คีย์เวิร์ด" ผลลัพธ์ทั้งหมดจะปรากฏอยู่บนหน้าจอค่ะ

สมัยก่อนผลลัพธ์ บนหน้าจอจะมีเวบไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ "คีย์เวิร์ด" ปรากฏขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งอันดับแรกๆ ของการค้นหา มักจะเป็นเวบที่มีลิงค์จากเวบไซต์อื่นๆ และเป็นเวบที่ได้รับความนิยมสูง แต่ปัจจุบันนี้ผลลัพธ์ของการค้นหาจากการเซิร์ชเอนจิ้น ได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยเจ้าของเวบไซต์สามารถจ่ายเงินให้เวบของตัวเองนั้นขึ้นไปอยู่ในอันดับแรกๆ ได้ค่ะ

การตลาดที่เรียกว่า เซิร์ชเอนจิ้นมาร์เก็ตติ้ง นั้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยจำแนกจากหน้าจอที่ให้ผลลัพธ์ ยกตัวอย่าง หากต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวที่สมุย พิมพ์คีย์เวิร์ดคำว่า hotel samui ผลลัพธ์จะปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็นสองฝั่งซ้ายขวา

ฝั่งขวา มือของผู้ใช้งาน เรียกว่า เปย์ เปอร์ คลิก (pay per click) เป็นการที่เจ้าของเวบไซต์จ่ายเงินให้กับทางกูเกิล โดยวิธีการประมูล ซึ่งเวบไซต์ไหนจ่ายเงินสูงสุด ก็จะได้อยู่ในอันดับแรกทางขวามือของการค้นหาค่ะ นอกจากนี้ หากมีผู้ใช้คลิกเข้าไปในเวบไซต์ใด เจ้าของเวบนั้นต้องจ่ายเงินให้กับกูเกิลอีก โดยคิดเป็นจำนวนครั้งที่คลิกค่ะ

ส่วน ทางซ้ายมือ เรียกว่า เนเชอรัลเซิร์ช ที่เป็นการแสดงผลลัพธ์ตามการค้นหาจริง หากเวบไซต์ใดต้องการขึ้นอันดับต้นๆในเนเชอรัลเซิร์ช ต้องจ่ายเงินกับบริษัทที่ปรึกษา ที่จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญรู้จริงเรื่อง อัลกอลิทิ่ม ของเซิร์ชเอนจิ้นนั้นๆ และจะดำเนินการปรับเปลี่ยนเวบไซต์ให้ตรงกับข้อกำหนดของกูเกิล ทำให้เว็บนั้นขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆ ของการค้นหาได้ค่ะ

การตลาดแบบ นี้ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเป็นการเสนอสินค้า ในขณะที่ผู้บริโภคต้องการสินค้านั้นพอดี และหากใครที่เคยใช้เซิร์ชเอนจิ้นคงจะทราบดีว่า ผลลัพธ์ที่ได้มา หากมีมากกว่า 3 หน้าขึ้นไป โอกาสที่จะคลิกดูทั้งหมดนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะสินค้าและบริการที่มีการแข่งขันสูง แต่หากเวบไซต์ขยับขึ้นไปอยู่บนอันดับต้นๆ โอกาสที่จะมีผู้มาซื้อสินค้าและใช้บริการก็จะสูงเป็นเงาตามตัวไปด้วย

ที่ นำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ ไม่ใช่ว่าสนับสนุนให้ผู้ที่มีเวบไซต์ใช้การตลาดแบบนี้ แต่เล่าให้ฟัง เนื่องจาก เซิร์ชเอนจิ้นมาร์เก็ตติ้งเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย และยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก

แต่สำหรับในต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป แทบทุกบริษัทจะมีฝ่ายดำเนินกิจการนี้โดยเฉพาะ ไม่เว้นแม้แต่บริษัทที่มีชื่อเสียง

บรรดา นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า ในอนาคตอีก 5-10 ปีข้างหน้า การเติบโตของ เซิร์ชเอนจิ้นมาร์เก็ตติ้ง จะโตแบบก้าวกระโดด 2-3 เท่าตัว เนื่องจากข้อดีของเซิร์ชเอนจิ้นมาร์เก็ตติ้ง คือทำให้เวบไซต์ใดๆ ก็ตาม มีโอกาสในการขายสินค้าและบริการมากขึ้น

ส่วนข้อเสียนั้น เกิดกับยูสเซอร์ หรือผู้ใช้อย่างเราๆ ที่ต้องใช้เซิร์ชเอนจิ้น ในการค้นหาข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต หากเราต้องการค้นหาข้อมูลจริงๆ และไม่ได้ต้องการเวบไซต์ที่มีการโฆษณา คำถามคือว่า เราจะต้องทำอย่างไร..? คำแนะนำจากผู้ที่ทำงานในวงการเซิร์ชเอนจิ้นมาร์เก็ตติ้ง ได้ให้คำแนะนำว่า ผู้ใช้ควรรู้จักวิธีการค้นหาที่ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ

แต่ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดๆ ก็ตาม ถนนหนทาง อาคาร ใต้ดิน บนฟ้า ก็มักมีโฆษณาแฝงอยู่เสมอ คงจะต้องอยู่ที่ว่า ผู้รับสาร หรือผู้ที่เห็นโฆษณาจะใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจว่า โฆษณาเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน

โดยเฉพาะบนอินเทอร์ เน็ตที่มักจะมีฟิชชิ่ง (Phishing) คอยหลอกล่อเอาข้อมูลของผู้ใช้คอมพิวเตอร์อยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัว เลขที่บัตรเครดิต เรื่องสำคัญแบบนี้ต้องระวังตัวไว้มากๆ นะคะ เพราะตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายที่รัดกุม ออกมาควบคุมบรรดาอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้ ทำได้แต่เพียงป้องกันตนเองไว้ก่อน น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ


ที่มา : www.mmpchula.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น